Redirection คืออะไร? 4 เรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนการย้ายเว็บไซต์ [อัพเดตล่าสุด]

  • by
redirection-คือ

Redirection คือการเปลี่ยนเส้นทาง หน้า Landing Page หรือ URL เป้าหมาย ให้แสดงผลลัพธ์เป็น Landing Page อีกหน้าหนึ่ง ที่เรากำหนดเอาไว้ สำหรับหน้าที่เราต้องการให้ Redirect นั้น เราจะเรียกว่า “source URL” ส่วน URL เป้าหมาย จะเรียกว่า “target URL”

Redirection มีกี่ประเภท ?

Redirection หลักๆ จะมีด้วยกัน 3 ประเภท

301 Redirection

“Redirection 301” หรือ “301 Redirection” คือ การ Redirection ประเภทถาวร

Redirection 301 คือ Redirection ที่มีการใช้งานมากที่สุดประเภทนึง

Redirection ประเภทนี้ จะเป็นการ เปลี่ยนเป้าหมายของ URL ใดๆ ทั้งใน Browser และ Server Level

เป็นการ Redirection ที่ Search Engine จะทำการ Indexation หน้า Source URL นั้นๆโดยตรง และ ได้ Authority จากลิงค์ต่างๆ ที่มาจาก Target URL เดิม

302 Redirection

“Redirection 302” หรือ “302 Redirection” คือการ Redirection ประเภทชั่วคราว

Redirection 302 คือ การ Redirection ที่มักจะถูกใช้เพียงชั่วคราว ตัวอย่างการใช้งาน เช่น คุณกำลังต้องการเปลี่ยน Design เว็บไซต์ แต่คุณไม่อยากให้ USER เข้ามาระหว่างการแก้ไข ดังนั้น สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ การ พา USER ไปหน้า อื่นๆ แทน แต่คุณไม่ต้องการให้ Rank ตกอะไรแบนนั้น สิ่งที่คุณต้องทำก็คือการ Redirection 302

Redirection ประเภทนี้ ไม่ค่อยมีความนิยมในการใช้มากนัก อีกทั้ง Search Engine จะไม่ Index หน้า Source URL ของเรา แต่จะยึด หน้า Target URL ของเราอยู่ ดังนั้น จึงไม่กระทบกับ SEO

*หมายเหตุ 302 Redirection ประเภทนี้จะไม่ได้รับ ค่า Link Authority จาก source URL

Meta Refresh

หลายๆ ท่านคงจะพึ่งเคยได้ยินครั้งแรก สำหรับ Meta Refresh

ส่วนตัว ผมก็พึ่งเคยได้ยินคำนี้ ตอนเขียนโพสนี้ เหมือนกัน

meta-refresh

Meta Refresh คือการ Redirection หน้าใดๆแบบอัตโนมัติ ไปยัง URL ที่ต้องการ โดยอาศัย META TAG ด้านบน

การ Redirection ประเภทนี้ จะไม่ส่งผลต่อ SEO และ อันดับต่างๆ เช่นเดียวกันกับ Redirection 302

4 เรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนการย้ายเว็บไซต์ (Redirection)

หากคุณกำลังมีแผน จะย้าย เว็บไซต์

บทความนี้จะช่วยให้คุณ ดำเนินการ อย่างถูกต้อง

1.ถ้าเป็นไปได้ สร้าง Signal ก่อนย้าย

สิ่งแรกที่คุณต้อง ทำ เลย นั้นก็คือ การสร้าง หรือ โปรโมต เว็บไซต์ใหม่ของคุณในเว็บไซต์เก่า คุณห้ามพลาดขั้นตอนนี้เด็ดขาด

เพราะ ขั้นตอนนี้เป็นการสร้าง Traffic เบื้องต้นก่อนการย้าย และทำให้ USER รับรู้ว่า คุณ ย้ายไปไหน แล้ว มันเป็น Route ใหม่ หรือ ชื่อแบรนด์ ใหม่ ของคุณจริงๆ ไม่ใช่การส่วมรอย หรือ Spam นะ

2.ถ้าเป็นไปได้ ให้คงโครงสร้างเดิม ของเว็บไซต์ เก่าไว้ก่อน

ข้อนี้ ถือว่า มีความสำคัญมาก และถ้าคุณพลาดไป คุณอาจจะหัวหมุนเลยก็ได้

ทุกๆการย้าย คุณควรที่จะใช้ Website Taxonomy เดิมของเว็บไซต์เก่าของคุณ เพราะนอกจากจะง่ายต่อ USER แล้ว ยังง่ายต่อ การจัดทำการ Redirection อีกด้วย

3. ให้คุณ คง แบรนด์เก่า ไว้ก่อน อาจจะเป็นในรูปแบบ Content หรือ หน้า Support

ถึงแม้ว่าคุณจะย้าย เว็บไซต์ ไปแล้ว หรือ เปลี่ยนชื่อแบรนด์ใหม่ สิ่งหนึ่งที่คุณต้องระลึกไว้เสมอ เลยก็คือ มันจะมีคน Search ชื่อแบรนด์เก่าหรือเว็บไซต์ เก่าของคุณ นานอีก 1 – 2 ปี ดังนั้น คุณจำเป็น ต้อง มีบทความรองรับ หรือเปิด หน้า Support เพื่อแจ้งลูกค้าเรื่องการย้าย Domain ไว้รองรับ USER กลุ่มนี้

4. คุณยังคงต้อง โปรโมต เว็บไซต์ใหม่ต่อไป

สิ่งหนึ่งที่ คนทั่วไป มักจะเอามาวัดความสำเร็จ นั้นก็คือ Traffic และ Impression

แต่คุณต้องอย่าลืมว่า ในช่วงแรก Impression มันจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอยู่แล้ว ดังนั้น คุณอาจจะเริ่มวัดจริงๆได้หลังจาก ที่คุณ ทำการ Redirect

และนั้นแหละครับ คือการ Redirect ทั้งหมดที่คุณต้องรู้

สำหรับวันนี้ ผมคงต้องกล่าวคำว่า สวัสดีครับ ไว้เจอกันใหม่ ในบทความต่อไปครับ

เขียนโดย Nutniti (SEO SPECIALIST )