A/B testing คืออะไร ? สำหรับการทำ SEO (อัพเดตล่าสุด)

  • by
a/b-testing-คือ

การขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ใน Keyword ต่างๆ อาจจะยังไม่เพียงพอ หากคุณต้องการเพิ่ม Conversion และเพิ่มอัตราการขายสินค้าของคุณจากเว็บไซต์

A/B testing คือ กระบวนการทดสอบ และตั้งสมมติฐาน ผลลัพธ์ โดยใช้ตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัว ขึ้นไป เปรียบเทียบกัน เพื่อดูว่ารูปแบบไหนที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ดีที่สุด ในสภาพแวดล้อมที่เหมือนกัน

A/B Testing  นั้นสามารถนำมาใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เช่นการทดสอบประสิทธิภาพ E-mail, Landing Page, Layout , conversion button color และ SEO เป็นต้น

สำหรับในบทความนี้ จะเน้นเฉพาะ การทำ A/B testing ในมุม ของ SEO เท่านั้น นะครับ

การทำ A/B testing ใน มุม ของ SEO คือ หนึ่งในกระบวนการที่แม้แต่ทาง Search Engine เองก็อยากให้เราทำ เพราะไม่ใช่แค่เราจะได้ Conversion rate ที่เพิ่มมากขึ้น และ ปิดการขายได้มากขึ้น แต่มันยังเป็นการช่วย Search Engine ในการแสดงผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับ USER อีกด้วย กล่าวคือ หากคุณติดอันดับที่ 1 ได้ แต่ลูกค้าไม่ประทับใจการแสดงผลลัพธ์ในเว็บไซต์ของคุณ เขาจะกดปิด และไปเข้าเว็บไซต์อันดับที่ 2 – 3 – 4 แทน นั้นหมายความว่า Search Engine ล้มเหลวเช่นกัน เพราะแสดงสิ่งที่ USER ไม่ชอบ อยู่ที่อันดับ 1

ท้ายที่สุด Search Engine เช่น Google ก็จะจัดอันดับของคุณใหม่ จากปัจจัยทางด้าน ความตรงกับเจตนา (Intent) และนำคุณไปอยู่ในจุดที่เหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณ สำหรับใครที่อยากอ่านเพิ่มเติม หัวข้อนี้จะอยู่ในเรื่อง Needs Met Rating Guideline ใน Search Quility Guideline 14/OCT/2020

A/B Testing กับ SEO คืออะไร

A/B testing ใน มุมของ SEO เกี่ยวข้องกับ การปรับเปลี่ยนตัวแปรต่างๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับ เนื้อหา ภายในเว็บไซต์ โดยจะเป็นการเทียบกันระหว่าง หลังเปลี่ยน และ ก่อนเปลี่ยน เพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเว็บไซต์

เช่น การปรับเปลี่ยน สีปุ่ม ปรับเปลี่ยนรูป banner ปรับเปลี่ยนการจัดวางสินค้า การเพิ่มปุ่ม Action การเปลี่ยนตำแหน่งวางเนื้อหา การเลือกใช้ Rich Snippet และอีกมากมาย ที่ไม่ยุ่งกับเนื้อหาเดิมเลย

a/b-testing

สิ่งที่มักถูกทดสอบมากที่สุดในการทำ A/B testing ใน SEO นั้นก็คือ

ข้อความปุ่ม Call To Action

สีปุ่ม หรือ สีข้อความต่างๆ

การเลือกใช้ Schema markup

A/B testing ของ SEO ยังรวมถึงการ Redirect ลูกค้าของคุณไปยังหน้าต่างๆ ที่มีเนื้อหาเหมือนกันอีกด้วย >> ตรงส่วนนี้ควรใช้ Redirect 302 ในการทดสอบ หากได้ผลจริงปรับเปลี่ยน ต้นฉบับ

การทดสอบ Multivariate Testing

Multivariate Testing คือการทดสอบ ที่ซับซ้อนกว่า A/B testing เพราะคือการตั้งสมมติฐานจำนวนมาก เพื่อหาว่าแบบไหน คือ แบบที่ USER ชอบมากที่สุด วิธีนี้เรียกได้ว่าเป็นวิธีขั้นสูง และนิยมใช้กันอย่างมากใน ต่างประเทศ

วิธีนี้นอกจากจะทำให้เราเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว ยังมีความน่าเชื่อถือและทำให้เราเข้าใจถึงปัญหาด้าน UX อย่างแท้จริง

กรอบของการทำ Multi Variant ใน SEO จะกว้างกว่า A/B testing เพราะ จะปรับเปลี่ยนที่ละหลายๆตัวแปร แต่ยังคง ไม่ยุุ่งกับเนื้อหา เหมือนกับ A/B testing ตัวอย่างเช่น

ครั้งที่ 1 ( 7 วัน ) – ปรับเปลี่ยน Banner , สีปุ่ม , Schema markup

ครั้งที่ 2 ( 7 วัน ) – สีปุ่ม , ภาพสินค้า , Font แสดงราคา

ครั้งที่ 3 ( 7 วัน )- การลำดับเนื้อหา , Font แสดงราคา , ฺBanner

เป็นต้น

A/B testing และ Multivariate Testing กับ SEO

การทำ A/B testing และ Multivariate Testing จะทำให้เราทราบว่า รูปแบบของเว็บไซต์แบบไหนที่จะส่งผลให้ USER ซื้อ หรือ เกิดการ Action ในเว็บไซต์เรามากที่สุด

ซึ่ง Action คือ เป้าหมายสุดท้าย ของการ ทำ SEO ( ความคิดผมนะครับ ) ดังนั้น อาจจะพูดใหม่ได้ว่า A/B & Multivariate Testing คือ 1 ในขั้นตอนการทำ SEO เลยก็ย่อมได้

ซึ่งหากคุณ ยิง Adwords และ ทำ SEO ไปด้วย คุณสามารถเริ่มทำ A/B testing ตั้งแต่ เริ่มต้นได้เลย

ข้อควรระวังในการทำ Multivariate Testing

จากที่ผู้เขียนได้กล่าวข้างต้นว่า Multivariate Testing จะมีกรอบการปรับเปลี่ยนที่มากกว่า A/B testing กล่าวคือ Multivariate จะปรับเปลี่ยนที่ละหลายๆปัจจัย ควรทำอย่างระมัดระวัง และมีการบันทึกค่า ต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ

สำหรับวันนี้ ผมคงต้องกล่าวคำว่า สวัสดีครับ และหวังว่าทุกท่านคงจะได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยจากบทความนี้นะครับ

ปล. สำหรับท่านใด ที่ รักการเขียน ชอบ SEO และอยากหาที่ ปลดปล่อย บทความของตัวเอง ติดต่อเรามาได้เลยนะครับ ส่งเมล์ มาหรือ ทัก Messeager มาได้เลยครับ

ปล. เรา รับทำ seo / ขาย backlink ด้วยนะ ติดต่อมาได้เช่นกันครับ